
ช่วงฤดูฝนหรือสถานการณ์น้ำท่วม หลายคนอาจจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ แช่น้ำ หรือสัมผัสน้ำท่วมเป็นเวลานาน นอกจากความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุและโรคติดเชื้อต่าง ๆ แล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยคือ “ผื่นที่มากับน้ำท่วม” รวมถึงโรคผิวหนังหลายชนิดที่เกิดขึ้นหลังจากผิวสัมผัสน้ำสกปรกเป็นเวลานาน
อาการอาจเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย เช่น คัน แสบ ผิวเปื่อย หรือผิวลอกบริเวณเท้าและซอกนิ้ว แต่ในบางรายอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือมีการติดเชื้อรุนแรงตามมาได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลอยู่ก่อน มีโรคเบาหวาน มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
การรู้จักสังเกตอาการตั้งแต่เริ่มต้นและดูแลผิวอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ทำไมการลุยน้ำท่วมจึงทำให้เกิดผื่นและโรคผิวหนังได้ง่าย?
น้ำท่วมแตกต่างจากน้ำสะอาดทั่วไป เพราะอาจมีทั้งดิน โคลน ขยะ น้ำเสีย สารเคมี รวมถึงเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อโรคจากสิ่งปฏิกูลปะปนอยู่
เมื่อผิวหนังสัมผัสกับน้ำเป็นเวลานาน ชั้นผิวจะดูดซับน้ำและเกิดความเปียกชื้น ผิวจึงอ่อนนุ่มและเปื่อยง่ายขึ้น หากสัมผัสน้ำซ้ำ ๆ เกราะป้องกันผิวหรือ Skin Barrier อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้สารระคายเคืองและเชื้อโรคเข้าสู่ผิวได้ง่ายกว่าเดิม
บริเวณที่ควรระวังมากเป็นพิเศษ ได้แก่ เท้า ซอกนิ้วเท้า ขา มือ รวมถึงบริเวณที่มีรอยแตก รอยถลอก หรือบาดแผลเดิม เพราะเป็นช่องทางที่เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้
1. น้ำกัดเท้า หรือผิวหนังอักเสบจากการแช่น้ำนาน
หนึ่งในปัญหาผิวหนังที่คนไทยคุ้นเคยกันดีในช่วงน้ำท่วมคือ “น้ำกัดเท้า”
ในระยะแรกอาจเกิดจากการที่ผิวหนังเปียกชื้นเป็นเวลานาน ร่วมกับการสัมผัสสิ่งสกปรกและสารระคายเคืองในน้ำ ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะเกิดจากเชื้อราเสมอไป
อาการที่พบได้คือผิวบริเวณเท้าหรือซอกนิ้วเท้าเริ่มเปื่อย ลอก แดง คัน แสบ หรือรู้สึกระคายเคือง หากยังคงเดินลุยน้ำหรือแช่น้ำซ้ำเป็นเวลานาน ผิวอาจเกิดรอยแตกหรือเป็นแผล ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราตามมา
สิ่งสำคัญที่สุดคือการลดระยะเวลาที่ผิวสัมผัสน้ำสกปรก และทำให้ผิวแห้งหลังจากลุยน้ำให้เร็วที่สุด
2. เชื้อราที่เท้า หรือ Tinea Pedis
เชื้อราที่เท้า (Tinea pedis) เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยในภาวะที่เท้ามีความอับชื้นเป็นเวลานาน
ผู้ป่วยอาจมีอาการคัน ผิวลอกเป็นขุย ผิวแตก หรือมีลักษณะเปื่อยขาว โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า บางรายอาจมีตุ่มน้ำเล็ก ๆ หรือผื่นลามไปบริเวณฝ่าเท้า
สิ่งที่ควรระวังคือ ไม่ควรวินิจฉัยด้วยตัวเองว่าผื่นทุกชนิดที่เกิดหลังลุยน้ำคือเชื้อรา เพราะผื่นผิวหนังอักเสบจากการระคายเคืองและเชื้อราสามารถมีลักษณะคล้ายกันได้ แต่แนวทางการรักษาอาจแตกต่างกัน
หากใช้ยาผิดประเภท อาการอาจไม่ดีขึ้น หรือในบางกรณีอาจทำให้โรคเป็นมากขึ้นได้ ดังนั้นหากผื่นมีอาการต่อเนื่องหรือลุกลาม ควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์
3. การติดเชื้อแบคทีเรียของผิวหนัง
น้ำท่วมอาจมีเชื้อโรคหลายชนิดปะปนอยู่ เมื่อมีรอยถลอก รอยแตก หรือบาดแผล แม้เป็นแผลขนาดเล็ก เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่ผิวหนังและทำให้เกิดการติดเชื้อได้
สัญญาณที่ควรระวังคือบริเวณผื่นหรือแผลเริ่ม แดงมากขึ้น บวม ร้อน ปวด มีหนอง หรือบริเวณที่แดงขยายกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
หากเกิดอาการดังกล่าว ควรพบแพทย์เพื่อประเมินว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ เพราะบางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ โดยรูปแบบของยาจะขึ้นอยู่กับชนิด ตำแหน่ง และความรุนแรงของการติดเชื้อ
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาทาผื่นมาใช้เองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ เพราะผื่นที่เกิดหลังน้ำท่วมมีหลายสาเหตุ และยาที่เหมาะสมสำหรับโรคหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกโรคหนึ่ง
4. โรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis หลังสัมผัสน้ำท่วม
นอกจากโรคผิวหนังโดยตรงแล้ว การสัมผัสน้ำท่วมยังเกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อบางชนิด เช่น โรคเลปโตสไปโรซีส (Leptospirosis) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า โรคฉี่หนู
เชื้อ Leptospira สามารถพบในปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะ แต่สามารถพบในสัตว์ชนิดอื่นได้เช่นกัน เมื่อปัสสาวะปนเปื้อนในดินหรือน้ำ เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุต่าง ๆ ได้
หลังสัมผัสน้ำท่วม หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง ตาแดง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ และควรแจ้งแพทย์ให้ทราบว่ามีประวัติเดินลุยน้ำหรือสัมผัสน้ำท่วมมาก่อน
ในบางรายอาจพบผื่นผิวหนังร่วมด้วย แต่ผื่นไม่ใช่อาการจำเพาะของโรคฉี่หนู ดังนั้นการวินิจฉัยต้องพิจารณาร่วมกับอาการอื่นและประวัติการสัมผัสเชื้อ
หลังลุยน้ำ ควรดูแลผิวอย่างไร?
หลักสำคัญในการป้องกัน ผื่นหลังลุยน้ำ คือ
“ลดเวลาที่ผิวสัมผัสน้ำสกปรก ทำความสะอาด และทำให้ผิวแห้งเร็วที่สุด”
หากสามารถหลีกเลี่ยงการลุยน้ำได้ ควรหลีกเลี่ยงโดยเฉพาะในกรณีที่มีบาดแผลที่เท้าหรือขา แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมรองเท้าบูทที่เหมาะสม หรือใช้ถุงมือเมื่อต้องสัมผัสน้ำสกปรกโดยตรง
หลังขึ้นจากน้ำ ควรรีบล้างเท้า ขา มือ และบริเวณที่สัมผัสน้ำด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน ๆ จากนั้นเช็ดผิวให้แห้ง โดยให้ความสำคัญกับบริเวณซอกนิ้วเท้า เพราะเป็นบริเวณที่อับชื้นได้ง่าย
หากผิวเริ่มแห้ง ลอก หรือเกิดการระคายเคือง สามารถใช้ Moisturizer หรือครีมบำรุงผิวสูตรอ่อนโยน เพื่อช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
สำหรับบริเวณที่มีบาดแผล ควรล้างทำความสะอาดอย่างเหมาะสมด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ และสังเกตความผิดปกติของแผลเป็นประจำ
หากเป็นบาดแผลจากของมีคม เช่น ตะปู โลหะ หรือเศษแก้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินบาดแผลและประวัติการได้รับวัคซีนบาดทะยักเพิ่มเติม
ระวังการซื้อยาทาผื่นมาใช้เอง
ผื่นหลังลุยน้ำอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การระคายเคือง เชื้อรา ไปจนถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งแต่ละสาเหตุใช้การรักษาแตกต่างกัน
โดยเฉพาะการซื้อยาทาที่มี สเตียรอยด์ มาใช้เอง หากผื่นเกิดจากเชื้อรา สเตียรอยด์อาจทำให้อาการแดงหรือคันดูดีขึ้นในช่วงแรก แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อ และอาจทำให้ลักษณะของผื่นเปลี่ยนแปลงจนวินิจฉัยได้ยากขึ้น
ดังนั้น หากไม่แน่ใจว่าผื่นเกิดจากอะไร หรือใช้ยามาระยะหนึ่งแล้วยังไม่ดีขึ้น การให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงสาเหตุมากกว่า
อาการแบบไหนควรพบแพทย์?
หากผื่นหรือบาดแผลมีอาการแดงมากขึ้น บวม ร้อน ปวด มีหนอง มีไข้ ผื่นลามเร็ว เกิดตุ่มพอง ผิวหนังเปลี่ยนสี หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ
ผู้ที่เป็นเบาหวาน มีภูมิคุ้มกันต่ำ กำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคเรื้อรังบางชนิด ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากบาดแผลและการติดเชื้อที่ผิวหนังอาจลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป
ในกลุ่มนี้ แม้แผลหรือผื่นจะดูไม่รุนแรงในระยะแรก ก็ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
ผื่นเล็ก ๆ หลังลุยน้ำ อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
ช่วงน้ำท่วม เราอาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำได้ทั้งหมด แต่สามารถช่วยลดความเสี่ยงของน้ำกัดเท้า เชื้อราที่เท้า ผิวหนังอักเสบ และการติดเชื้อ ได้ด้วยการป้องกันและดูแลผิวอย่างเหมาะสม
จำหลักง่าย ๆ คือ
ป้องกัน → ทำความสะอาด → ทำให้แห้ง → สังเกตความผิดปกติ
เพราะบางครั้ง “ผื่นเล็ก ๆ” หลังลุยน้ำ อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของความคันหรือความรำคาญ แต่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการติดเชื้อที่ควรได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
หากมีผื่นผิดปกติหลังสัมผัสน้ำท่วม หรือไม่แน่ใจว่าเป็น น้ำกัดเท้า เชื้อรา ผื่นอักเสบ หรือการติดเชื้อสามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
💚 สุขภาพผิวดี เริ่มต้นจากการดูแลอย่างเข้าใจ
Healthy Skin Begins with Truly Understanding
👩🏻⚕️ รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน
แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
สอบถามข้อมูลหรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
โทร. 02-287-4924
Line: @Valorclinic

